ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณและคุณประโยชน์มากมาย (ลองอ่าน สรรพคุณขมิ้นชัน) และถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันอย่างแพร่หลาย จนตอนนี้แทบทุกโรงพยาบาลมีสมุนไพรขมิ้นชันเป็นยาประจำโรงพยาบาลอีกตัวหนึ่งหรือถ้าจะพูดให้เป็นทางการ คือ ขมิ้นชันได้ขึ้นทะเบียนในบัญชียาแห่งชาติไทยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
การกินขมิ้นชันเพื่อบำรุงร่างกาย หรือป้องกันโรคเป็นที่นิยมกันมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากสรรพคุณที่มีดีหลายอย่าง อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายและราคาย่อมเยา จึงส่งผลให้คนเริ่มหันมาบริโภคขมิ้นชันกันมากขึ้นไม่เว้นแม้ในต่างประเทศ
ประเด็นหนึ่งที่ผู้คนสนใจกันมากเกี่ยวกับขมิ้นชัน คือ การทานขมิ้นชันเพื่อรักษาโรคตับหรือบำรุงตับ ถ้าพูดถึงคำว่า โรคตับหลายท่านมักจะนึกถึงหรือได้ยินบ่อยๆกับคำว่า ตับแข็ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับตับไม่ได้มีเพียงแค่อาการตับแข็งเพียงเท่านั้น
สาเหตุของโรคตับที่พบได้บ่อย
- การติดเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสเป็นสาเหตุของอาการตับอักเสบ มีตั้งแต่ไวรัส a, b, c, d และ e
- ดื่มเหล้าเป็นประจำ อันนี้หลายๆท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าคนที่ดื่มเหล้าเป็นประจำมักจะทำให้เป็นโรคตับ
- ยาและสารพิษต่างๆที่ร่างกายได้รับมา ยาบางประเภทอย่างเช่น ยาพาราเซตามอล มีผลข้างเคียงกับตับมาก
- โรคติดเชิ้อบางชนิด เช่น มาลาเรีย หรือว่าไทฟอยด์
โรคตับที่พบบ่อย
1. ไขมันเกาะตับ ( Fatty Liver )
เป็นภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันโดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันที่เรียกว่า”ไตรกลีเซอร์ได์” อยู่ในเซลล์ของตับ ซึ่งการสะสมของไขมันในตับช่วงแรกอาจจะมีอาการหรือไม่มีอาการผิดปกติก็ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดกับคนที่มีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าปกติ และหากปล่อยให้ตับอยู่ในภาวะนี้เป็นเวลา อาจนำไปสู่อาการตับอักเสบ ตับแข็งและมะเร็งตับได้ในที่สุด
กลุ่มผู้ที่มีความเสียงต่ออาการไขมันพอกตับ ได้แก่
- คนที่ลงพุง ไม่ว่าจะเป็นคนอ้วนหรือคนผอมที่ลงพุง
- คนที่ดื่มสุราเป็นประจำ
- คนที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
2. ตับอักเสบ
ภาวะที่มีการอักเสบ เกิดการทำลายของเซลล์ตับ ทำให้การทำหน้าที่ต่าง ๆ ของตับผิดปกติ ร่างกายมีการเจ็บป่วย ไม่สบาย พบผู้ป่วยด้วยโรคนี้ได้ในทุกวัย ทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นโรคตับอักเสบเฉียบพลัน ส่วนน้อยอาจ เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง อาจมีภาวะแทรกซ้อนของโรคตับแข็ง โรคตับวาย มะเร็งตับ
สาเหตุส่วนมากของผู้ป่วยตับอักเสบมักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส (ตับอักเสบแบบเฉียบพลัน) หรือถ้าจะใช้คำที่คุ้นเคยกันก็จะต้องบอกว่าเป็น ไวรัสตับอักเสบ ซึ่งเชื้อไวรัสตับอักเสบก็มีตั้งแต่ a, b, c, d, e และรองลงมาก็จะเป็นจากการดื่มสุราเป็นประจำ
3. ตับแข็ง
เป็นภาวะซึ่งเป็นผลจากโรคตับเรื้อรัง มีลักษณะเฉพาะคือการมีเนื้อเยื่อพังผืดเกิดขึ้นในเนื้อตับ ดึงรั้งเนื้อตับดีจนเป็นผิวตะปุ่มตะป่ำเรียกว่า regenerative nodule ทำให้ตับเสียการทำงานลงไป ตับแข็งมักเกิดขึ้นเป็นผลจากพิษสุราเรื้อรัง ตับอักเสบจากไวรัส (โดยเฉพาะจากไวรัสตับอักเสบบีและซี) และโรคตับคั่งไขมันรวมถึงสาเหตุอื่นๆ อีกหลายอย่าง
ภาวะแทรกซ้อนจากตับแข็งที่พบบ่อยคือภาวะท้องมาน ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างมากกับการสูญเสียคุณภาพชีวิต เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และผลเสียในระยะยาว ภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตคือโรคสมองที่เกิดจากตับ (hepatic encephalopathy) และการมีเลือดออกจากหลอดเลือดขอดในหลอดอาหาร (esophageal varices) ตับแข็งนั้นเมื่อเกิดแล้วมักไม่สามารถกลับเป็นปกติได้ การรักษาจึงมักมุ่งไปที่การยับยั้งการดำเนินโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน หากเป็นมากอาจมีทางเลือกในการรักษาเพียงทางเดียวคือ การผ่าตัดเปลี่ยนตับ
4. มะเร็งตับ
พูดถึงมะเร็งหลายคนคงทราบดีอยู่แล้วว่า มะเร็งตับเป็นการกลายพันธุ์ของเซลล์ตับและเพิ่มจำนวนหรือแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสาเหตุของมะเร็งตับมักจะเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอีกเสบ b หรือ c และการดื่มสุราเป็นประจำ
ผลดีของขมิ้นชันต่อตับ
จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของขมิ้นชันต่อตับนั้น มีสรรพคุณที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อตับ คือ
- ขมิ้นชันป้องกันตับอักเสบ
- ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการลดการอักเสบ
- ขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง (การกลายพันธุ์)
ซึ่งสรรพคุณขมิ้นชันทั้ง 3 อย่างนี้ มีประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคตับอย่างแน่นอน
ใช้ขมิ้นชันเชิงป้องกันดีกว่า
แม้ว่าสมุนไพรขมิ้นชันจะมีสรรพคุณหลายอย่างที่ดีต่อตับของเรา แต่ในความเห็นของผม การใช้ขมิ้นชันในการรักษาหรือแก้ปัญหาตับนั้น เราควรจะทำเชิงป้องกันดีกว่า ยกตัวอย่างเช่น หากท่านเกรงว่าตับท่านจะมีปัญหาเนื่องจากดื่มสุรามาก สิ่งที่ควรทำ คือ การดื่มให้น้อยลง หรือเลิกดื่มไปเลยจะดีที่สุด แต่ถ้าหากไม่สามารถเลิกได้จริง ก็ควรที่จะทานสมุนไพรขมิ้นชันเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ฤทธิ์หรือสรรพคุณของขมิ้นชันได้ช่วยลดผลเสียของเหล้า หรือสารพิษที่ถูกสร้างขึ้นจากดื่มเหล้า เป็นต้น เพราะเท่าที่ผมเคยเห็น คนที่ป่วยเป็นโรคตับแล้วมารักษากับหมอ มักจะอยู่ในระยะที่สายเกินแก้เสียแล้วครับ ดังนั้น ป้องกันเอาไว้ก่อนเป็นวิธีการที่ดีที่สุดครับ




