กระแสที่มหาวิทยาลัยและสถาบันที่มีชื่อเสียงออกมาสนับสนุนให้มีการบริโภคขมิ้นชัน กำลังมาแรงครับ ลองดูได้จากการที่เกษตรกรหันมาปลูกขมิ้นชันเพื่อการบริโภคและจำหน่าย และที่ชัดเจนกว่านั้น คือ ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากขมิ้นชันที่มีเกิดขึ้นหลากหลาย เช่น เครื่องสำอาง ครีมทาผิว โดยเฉพาะขมิ้นชันผง และขมิ้นชันแคปซูลที่เริ่มมีวางจำหน่ายตามร้านขายยาสมุนไพรหลายยี่ห้อ
อย่างไรก็ตาม ในแง่มุมของผู้บริโภคมักจะมีคำถามหรือมุมมองในอีกด้านหนึ่งเสมอ จริงอยู่ว่า ข้อมูลงานวิจัยจากทั่วโลกระบุว่า ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคต่างๆได้ แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่บริโภคขมิ้นชันแล้วเกิดความไม่แน่ใจว่า ขมิ้นชันมีผลข้างเคียงหรือเปล่า ? ผมก็ขออาสาหาข้อมูลตรงนี้มาให้ จะได้ตัดสินใจทานขมิ้นชันแบบไม่ต้องกังวล ซึ่งแหล่งข้อมูลที่ผมได้มานั้นให้ท่านลองพิจารณาดูนะครับว่าน่าเชื่อหรือเปล่า
ข้อมูลที่น่าสนใจ
ผมคัดลอกบทความบางส่วนมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าสนใจนะครับ ลองอ่านดูก็แล้วกัน
“ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้จับมือกับสำนักข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้ขมิ้นชันเพื่อสุขภาพ โดยให้ความรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก, การเก็บเกี่ยว, การตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงแนะนำเทคนิคการนำขมิ้นชันมาบริโภคในชีวิตประจำวัน เพื่อป้องกันการคุกคามของโรคมะเร็ง โดยผลการศึกษาวิจัยหลายสำนักยืนยันตรงกันว่า การทานขมิ้นชันต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันไม่ก่อให้เกิดผลข้าง เคียงต่อร่างกาย ขณะเดียวกัน ขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรหาง่าย ปลูกง่าย ใช้ได้ง่าย รวมทั้งสามารถนำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น การทำเป็นน้ำสมุนไพรขมิ้นชัน, โยเกิร์ตขมิ้นชัน, ขนมไข่ขมิ้นชัน และน้ำสลัดขมิ้นชัน”
อ้างอิงจาก http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/22497 (สสส)
“การทดลองในคนทั้งเพศชายและเพศหญิง จำนวน 15 คนโดยให้รับประทานขมิ้นขนาด วันละ 2.2 ก. เป็นเวลา 4 เดือนพบว่าไม่ทำให้เกิดพิษ”
อ้างอิงจาก http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/curcuma.html
“กินขมิ้นชันให้ตรงเวลา ที่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเปิดการทำงานในช่วงเวลา นั้น จะได้ผลตรงกับประเด็นที่ต้องการจะบำรุง หรือแก้ไขฟื้นฟูอวัยวะ รับประทานเพียง 1 แคปซูลเท่านั้น จะออกฤทธิ์มากกว่าเวลาอื่นถึง 40 เท่าตัว แต่ถ้ามีปัญหาหลายอย่างก็รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ถ้ารับประทานขมิ้นจำนวนมาก ส่วนที่เหลือจะทำหน้าที่ขับไขมันในตับ”
อ้างอิงจาก หนังสือเรื่องกินเป็นลืมป่วย
จากข้อมูลที่ผมได้มา ยังไม่เคยพบว่า มีข้อมูลเชิงลบหรือผลข้างเคียงขมิ้นชันที่เป็นรูปธรรมชัดเจนและน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม การบริโภคสมุนไพรทุกชนิดต้องอยู่บนทางสายกลางและอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ถึงจะมั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียงจากการใช้ขมิ้นชันอย่างแท้จริง




