การมีประจำเดือนเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งของผู้หญิง ซึ่งหมายถึง การเจริญเติบโตทางร่างกายที่พร้อมสำหรับการมีลูกหรือพร้อมที่จะสืบพันธุ์ ประจำเดือนนั้นเกิดจากการสลายตัวของผนังมดลูก ที่เตรียมพร้อมสำหรับการฝังตัวของตัวอ่อนภายหลังการมีเพศสัมพันธ์
อาการปวดประจำเดือน
ปวดบริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเช้งกราน อาจรวมไปถึงอวัยวะอื่นๆ เช่น หลัง เอว ก้นกบ ต้นขา
ประเภทของการปวดประจำเดือน
1. การปวดประจำเดือนที่เกิดจากตัวมดลูกเอง
อาการที่พบ
- ปวดเพียงเล็กน้อยพอรู้สีก (แบบนี้ถือว่าปกติ)
- ปวดจนผิดปกติเนื่องจากมดลูกบีบตัวมากเกินไป
- หากปวดกลางรอบเดือน อันเนื่องมาจากการตกไข่ อาจมีอาการปวดน้อยๆหรือปวดมากก็ได้
- อาจมีอาการไข้ ครั่นเนื้อ ครั่นตัว
- เต้านมคัดตึง
- ปวดบริเวณบั้นเอว
- อารมณ์หงุดหงิด นอนไม่หลับ
สาเหตุการปวดประจำเดือนที่เกิดจากมดลูกเอง
- เกิดจากความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิงระหว่างรอบเดือน
2. การปวดประจำเดือนที่เกิดจากสาเหตุอื่น
อย่างเช่น โรคผนังมดลูกงอกผิดที่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ปวดประจำเดือนมากๆ โรคนี้ที่ชอบเรียกกันติดปากว่า “พังผืด” ที่จริงพังผืดเป็นแค่ร่องรอยของโรคนี้เท่านั้น ชื่อของโรคนี้คือ เอ็นโดเมททริโอสิส (ENDOMETRIOSIS) ฝรั่งเรียกกันสั้นๆว่า “เอ็นโด” หรือ โรคผนังมดลูกงอกผิดที่ คือ ผนังในโพรงมดลูกไปงอกอยู่ด้านนอกโพรงมดลูก เช่นไปงอกที่รังไข่ ปีกมดลูก ท่อนำไข่ ด้านหลังมดลูก ด้านล่างของมดลูก เส้นเอ็นของมดลูก ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ โดยผนังมดลูกที่งอกผิดที่นี้จะทำหน้าที่ เสมือนมีประจำเดือนเช่นเดียวกันในโพรงมดลูก นั่นคือเมื่อมีประจำเดือนมาก็จะมีประจำเดือนออกในช่องท้องด้วย ก็เกิดอาการปวดท้องขึ้นเพราะเหมือนมีเลือดออกในท้อง ต่อไปก็เกิดมีอาการอักเสบตามมา แล้วจะแห้งกลายเป็นแผล ซึ่งมักเรียกกันว่าพังผืด ในที่สุดพังผืดก็จะพันเกาะไปตามอวัยวะที่เลือดออก คล้ายๆใยแมลงมุม ทำให้อวัยวะต่างๆติดกันแน่นแบบถาวร อาการปวดเช่นนี้ทุกเดือนทำให้มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ความผิดปกติในกรณีมักจะเป็นอาการปวดแบบฉับพลันทันทีทันใด หรืออาจจะปวดแบบเรื้อรังแล้วปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากโรคใดต้องอาศัยการวินิจฉัยของแพทย์เท่านั้น
การรักษาและบรรเทาการปวดประจำเดือน
1. รับประทานอาหารต้านอาการปวดประจำเดือน เช่น ปลาทะเลน้ำลึกเพื่อเพิ่มโอเมก้า 3 ถั่วและธัญพืชต่างๆเพื่อเพิ่มแมกนีเซียม (เอาไว้ต่อสู้กับอาการปวด) และแคลเซียมเพื่อช่วยปรับระดับฮอร์โมน
2. การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน เช่น ยากลุ่ม NSAID (ควรให้ยาก่อนการมีประจำเดือน 7 ~ 10 วัน)
3. ใช้ฮอร์โมนเพื่อรักษาความผิดปกติของประจำเดือน
4. การใช้ยาคุมกำเนิด ซึ่งมีส่วนประกอบคือ estrogen และ progesterone (มีผลข้างเคียง)
5. การใช้สมุนไพร อย่างเช่น ว่านชักมดลูก
ว่านชักมดลูกสมุนไพรแก้ปวดประจำเดือน
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของว่านชักมดลูก
- มีสารออกฤทธิ์ลดการอักเสบ
- ยับยั้งการหดเกร็งของกล้ามเนื้อเรียบ
- แก้ปวด
- มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน
สรรพคุณ ว่านชักมดลูก ของไทย
- กระชับกล้ามเนื้อ
- แก้ปวดประจำเดือน
- แก้ประเดือนมาไม่ปกติ
- เสริมหน้าอก
- มดลูกพิการ
- ใช้แทนการอยู่ไฟ
ถึงแม้ว่าว่านชักมดลูกจะมีสรรพคุณหรือฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่เป็นประโยชน์มากมายก็จริง แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่จะใช้ว่านชักมดลูกในการแก้ปัญหาการปวดประจำเดือนให้ได้ผลนั้น ต้องอาศัยการปรุงเป็นสูตร โดยใช้สมุนไพรอื่นๆหลายชนิดร่วมกับว่านชักมดลูก ซึ่งผู้ผูกตำรับต้องมีความชำนาญเป็นอย่างมาก
หมอเส็งเป็นบุคคลท่านหนึ่งที่มีประสบการณ์ทางด้านการปรุงยาสมุนไพรมาเป็นเวลามากกว่า 40 ปี ยาที่ท่านได้สร้างสรรค์มาและช่วยบรรเทาปัญหาเรื่องการปวดประจำเดือนได้ โดยใช้สมุนไพรว่านชักมดลูก
พิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง ! ดีที่สุด






มีอาการปวดประจำเดือนมากผิดปกติเวลาเป็นประจำเดือน ถึงขนาดต้องนอนพักอย่างเดียว ลุกเดินแทบไม่ไหว ไปตรวจภายในมาแล้วหมอบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ อยากได้สมุนไพรที่สามารถช่วยรักษาอาการให้หายขาด จะมีตัวไหนแนะนำด้วยนะค่ะ (รบกวนตอบทางเมล์นะค่ะ)(ขอบคุณค่ะ)
@pop
ผมจะตอบคำถามผ่านทางอีเมลให้ ถ้าไม่พบจดหมายของผมให้ลองหาดูในสแปมครับ
เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ค่ะ มีอาการประจำเดือนออกมากผิดปกติและปวดท้องมาก สนใจว่านชักมดลูก แต่ไม่รู้ว่าจะทานสูตรไหนอย่างไรดี รบกวนแนะนำทางเมล์ด้วยนะคะ
@เอ
ครับคุณเอ แล้วคุยกันทางอีเมลนะครับ หากไม่พบจดหมายของผมให้ลองหาดูในสแปมนะครับ